ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนา
ข้อมูลส่วนบุคคล

ที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม พ.ศ. ๒๕๖๙

อ่านสาระตามประกาศ อ่านสาระตามประกาศฉบับเต็ม

ภาพรวมของประกาศ

ข้อมูลต่อไปนี้เรียบเรียงจากประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารต้นฉบับ

ฐานอำนาจ

ประกาศอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๔) และมาตรา ๓๐ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒

ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ประกาศกำหนด

การขอข้อมูล

ครอบคลุมการเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล และการขอให้เปิดเผยการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม

วันที่มีผลใช้บังคับ: ประกาศกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

คำจำกัดความตามข้อ ๓

“คำขอ”

หมายความว่า คำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม

“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”

หมายความว่า ผู้ซึ่งสามารถถูกระบุตัวตนได้โดยทางตรงหรือทางอ้อม จากข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

“ผู้รับมอบอำนาจ”

หมายความว่า บุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ดำเนินการตามประกาศนี้แทน

“ค่าธรรมเนียม”

หมายความว่า เงินหรือประโยชน์อื่นใดที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเรียกเก็บจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นค่าบริการหรือเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามประกาศนี้

ข้อ ๔ การจัดให้มีช่องทางรับคำขอ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีช่องทางสำหรับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการยื่นคำขอผ่านช่องทางอย่างน้อยหนึ่งช่องทาง โดยประกาศกำหนดตัวอย่างช่องทาง ได้แก่

  • ยื่นโดยตรง ณ สถานที่ทำการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือสถานที่ติดต่อที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ
  • ยื่นผ่านไปรษณีย์ไปยังสถานที่ทำการ หรือสถานที่ติดต่อที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้แจ้งไว้

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจจัดให้มีช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่นเพิ่มเติมสำหรับการยื่นคำขอได้

ข้อ ๖ รายละเอียดของคำขอ

คำขอต้องทำเป็นหนังสือหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องระบุรายละเอียดและแสดงเอกสารหลักฐานอย่างน้อย ดังนี้

๑. ชื่อตัวและชื่อสกุลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
๒. ช่องทางหรือวิธีการสำหรับการเข้าถึงหรือรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล
๓. รายละเอียดเกี่ยวกับการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจ
๔. รายละเอียดอื่นหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด หากมี

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ระบุรายละเอียดเรื่องที่มอบอำนาจและติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจตามที่ประกาศกำหนด

การพิสูจน์และยืนยันตัวตน

เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจแสดงบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือเอกสารประจำตัวอื่นที่ทางราชการออกให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการแสดงตัวตนด้วยเอกสารสำเนา ต้องรับรองสำเนาถูกต้องตามหลักเกณฑ์ในประกาศ

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ผู้รับมอบอำนาจต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจและเอกสารแสดงตัวตนตามที่ประกาศกำหนด

หลักสำคัญ: การพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนต้องไม่เป็นการสร้างอุปสรรคเกินสมควรแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการยื่นคำขอ

กรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถตรวจสอบได้

หากรายละเอียดในคำขอหรือเอกสารหลักฐานประกอบคำขอไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ยื่นคำขอเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งให้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหรือดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หากไม่แก้ไขหรือเพิ่มเติมภายในกำหนด ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจมีหนังสือหรือแจ้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้รับมอบอำนาจทราบเหตุผล พร้อมแจ้งสิทธิในการยื่นคำขอใหม่

การตรวจสอบและการดำเนินการตามคำขอ

สาระตามข้อ ๗–๑๐ ของประกาศ

ข้อ ๗ การตรวจสอบคำขอ

เมื่อผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับคำขอ ต้องตรวจสอบรายละเอียดในคำขอและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอว่าถูกต้องและครบถ้วน และผู้ยื่นคำขอเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้สิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจจริง

หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สามารถยืนยันได้ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนดเพื่อให้คำขอได้รับการแก้ไขหรือมีข้อมูลประกอบเพียงพอ

ข้อ ๘ กรณีอาจปฏิเสธการดำเนินการ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจปฏิเสธไม่ดำเนินการตามคำขอได้ในกรณีที่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือการดำเนินการตามคำขออาจส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นตามกฎหมาย รวมถึงกรณีที่ข้อมูลเป็นความลับของทางราชการ ความลับทางการค้า ลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นของผู้อื่น

กรณีการปฏิเสธเนื่องจากเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นการเพิ่มเติมแก้ไขเพียงเล็กน้อย ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจปฏิเสธได้โดยต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเหตุผลที่ประกาศกำหนด

ข้อ ๙–๑๐ การเข้าถึงหรือรับสำเนาข้อมูล

เมื่อคำขอและหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการเพื่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักเกณฑ์ โดยอาจจัดให้เข้าถึงข้อมูลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยตรง หรือจัดทำเอกสาร/ข้อมูลให้รับสำเนาตามรูปแบบที่เหมาะสม

กรณีคำขอผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้จัดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถเข้าถึงหรือรับสำเนาข้อมูลผ่านช่องทางดังกล่าว หรือช่องทางอื่นที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวก

ค่าธรรมเนียมตามข้อ ๑๑ และบัญชีท้ายประกาศ

อัตราค่าธรรมเนียมที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตามคำขอได้ โดยต้องเรียกเก็บในอัตราที่สมเหตุสมผลและไม่เกินค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่แท้จริง ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและภาระในการดำเนินการประกอบกัน

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้มีรายได้น้อย หรือกรณีอื่นที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเห็นสมควร อาจพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมหรือลดอัตราค่าธรรมเนียมได้

รายการอัตรา
๑. ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาข้อมูลโดยเครื่องถ่ายเอกสาร — (๑) ขนาดกระดาษ เอ ๔หน้าละไม่เกิน ๑ บาท
— (๒) ขนาดกระดาษ เอ ๓หน้าละไม่เกิน ๑.๕๐ บาท
— (๓) ขนาดกระดาษ บี ๕หน้าละไม่เกิน ๒ บาท
— (๔) ขนาดกระดาษ เอ ๓หน้าละไม่เกิน ๖ บาท
— (๕) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๒หน้าละไม่เกิน ๘ บาท
— (๖) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๑หน้าละไม่เกิน ๑๕ บาท
— (๗) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๐หน้าละไม่เกิน ๓๐ บาท
๒. ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาข้อมูลจากเครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์ บนกระดาษขนาด เอ ๔ (ขาว-ดำ)หน้าละไม่เกิน ๓ บาท
๓. ค่าธรรมเนียมการให้คำรับรองถูกต้องของข้อมูลค่ารับรองละไม่เกิน ๕ บาท
หมายเหตุ: ตารางข้างต้นถอดตามบัญชีท้ายประกาศใน PDF ที่แนบมา ควรตรวจทานรูปแบบ/ขนาดกระดาษกับ PDF ฉบับราชกิจจานุเบกษาก่อนนำไปใช้เป็นเอกสารทางราชการ

ข้อ ๑๒ การบันทึกรายละเอียด

ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคำขอและเอกสารหลักฐานที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้รับ รวมถึงการดำเนินการหรือปฏิเสธการดำเนินการตามคำขอ โดยเก็บไว้ไม่น้อยกว่า ๒ ปี เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและอ้างอิง โดยจะบันทึกในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

ข้อ ๑๓ การดำเนินการตามกฎหมาย

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายอื่นในการดำเนินการเกี่ยวกับการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล หรือการขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ให้ดำเนินการตามกฎหมายนั้น แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศด้วย เว้นแต่หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและอัตราค่าธรรมเนียม ให้เป็นไปตามข้อ ๑๑ ของประกาศนี้

ข้อ ๑๔

ให้ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รักษาการตามประกาศนี้

ข้อมูลประกาศต้นฉบับ

ชื่อประกาศ: ประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม พ.ศ. ๒๕๖๙

แหล่งที่ปรากฏในเอกสาร: ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๓ ตอนพิเศษ ๑๗๕ ง วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ประกาศ ณ วันที่: ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙

ผู้ลงนาม: เรียชัย ณ นคร ประธานกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โรงพยาบาลป่าพะยอม

หน้านี้จัดทำเป็นรูปแบบ Website เพื่อช่วยสื่อสารสาระของประกาศให้บุคลากรและประชาชนเข้าถึงได้ง่าย

ก่อนนำไปใช้เป็นเอกสาร/กระบวนงานทางราชการ ควรตรวจสอบกับประกาศฉบับราชกิจจานุเบกษาต้นฉบับทุกครั้ง